บัตรเครดิต
ธวัชชัย เพ็งพินิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หนองคาย
คนไทยกำลังเป็นเครื่องพกบรรดาบัตรพลาสติคแบบเคลื่อนที่ รัฐบาลเองก็มีนโยบายสนับสนุนโดยเฉพาะบัตรพลาสติคแทนเงินตราที่เรียกกันว่า บัตรเครดิต ซึ่งมีแทบทุกคน บางคนมีมากเป็นสิบใบ
ด้วยแนวคิดการตลาดแบบทุนนิยม บริโภคนิยม และวัตถุนิยม ได้กระตุ้นความเป็นปัจเจกชน ( Individual ) คือ เน้นความเป็นส่วนตัว ความเป็นของใครของมัน เพื่อกระตุ้นการบริโภคสินค้า ทำให้ยอดการผลิตและยอดขายเพิ่มมากขึ้น ผลกำไรมากขึ้น
การกระตุ้นความต้องการบริโภคในระดับบุคคลเป็นผลสำเร็จ ทำให้รายจ่ายสวนทางกับรายได้ ดังนั้นเพื่อให้กิเลสทางวัตถุสามารถบรรลุผล คนจึงสร้างฝันด้วยการดึงเอาเงินจากอนาคตมาใช้ผ่านแนวคิดอันสวยหรูและโฆษณาชวนเชื่อทุกรูปแบบในนาม บัตรเครดิต
เครดิต ในความหมายของคนปัจจุบันคือ การใช้ก่อนแล้วผ่อนทีหลัง คนที่ไม่มีเงินก็สามารถมีสิ่งของที่ต้องการได้ ดังนั้นแนวคิดของการเครดิตจึงเพิ่มกิเลสการบริโภคได้มากในสังคมยุคดิจิตอลปัจจุบัน
ทุกคนสามารถมี บัตรเครดิต ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะทำงานระดับใด อาชีพใด วิธีการก็แสนง่ายมีบริการแบบถึงบ้านพร้อมรับประกันความพอใจ
ภาพความหรูหราทันสมัยสะดวกสบายนี่เอง ทำให้คนนำเอาทรัพย์สินหลักฐานรายได้เท่าที่มีมาเปิดเผยเพื่ออ้างอิงใช้เป็นหลักฐานในการขออนุมัติสินเชื่อใช้ บัตรเครดิต ในการซื้อสินค้าและบริการ
นั่นเป็นการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาคือ คนในประเทศไม่มีเงินแต่มีความอยากสูง แล้วเรายังจะพูดถึงนิสัยการออมหรือเงินคงคลังของประเทศอีกหรือ?
ในเมื่อจำนวนการทำและใช้ บัตรเครดิต ของคนในสังคม เป็นเครื่องวัดความสำเร็จของทุนนิยมและความล้มเหลวของสถานะทางการเงินของประเทศ เพราะ บัตรเครดิต เป็นการใช้จ่ายเงินอนาคตทั้งสิ้น
ผลที่ตามมาคือ การออมลดลงการบริโภคเพิ่มขึ้น ชีวิตตกเป็นเหยื่อทุนนิยมและหนี้สิ้นเรื้อรัง
เมื่อเป็นหนี้ย่อมบังคับให้คนหาวิถีทางมาชำระหนี้สินให้หมดไปโดยเร็ว ต้องหารายได้ทางลัด ก่อเกิดพฤติกรรมคอรัปชั่นเพราะรายได้ปกติไม่เพียงพอ เมื่อชำระหนี้เสร็จพฤติกรรมการบริโภคยิ่งกระตุ้นกิเลสความอยากเพิ่มมากขึ้น ความสวยงามและความสุนทรียะของชีวิตถูกกระชากหายไป คุณธรรมจริยธรรมหลักคำสอนของศาสดาย่อมถูกมองข้าม เวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะหดหายไป เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ ความสัมพันธ์ทางสังคมถูกแทนที่ด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ชีวิตตกเป็นทาสของวัตถุและภาพบาดตาของความทันสมัย ในที่สุดชีวิตก็ถูกผูกมัดกับภาวะหนี้สินแบบถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นบุคคลล้มละลายทางจิตวิญญาณโดยสิ้นเชิง
แน่นอนว่าในอนาคตสถิติคนโรคจิตโรคประสาทโรคเครียด และการฆ่าตัวตายในสังคมจะสูงขึ้น
ทั้งที่รู้ว่า บัตรเครดิต ที่นิยมใช้กันแบบบ้าคลั่งนี้ สร้างความร่ำรวยให้ก็แต่นักธุรกิจทั้งสิ้น ผู้ใช้มีแต่จะกลายเป็นเหยื่อไม่รู้จบ จำนวนผู้ใช้ บัตรเครดิต กลับมีสูงขึ้นในแต่ละวัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำนักย้ำหนาเรื่องการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพราะพระองค์มีสายพระเนตรที่ยาวไกลเท่าทัน จึงพยายามกระตุ้นเตือนหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อให้รู้ว่าความสุขในชีวิตของคนเรานั้นไม่ใช่ความหรูหราทันสมัยหรือความเจริญรุ่งเรืองศิวิไลซ์อย่างที่คิดกันอยู่
เรายังจะมัวหลงระเริงเพลินอย่างไร้สติอีกหรือ? หรือไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าทุกครั้งที่เราใช้บัตรพลาสติคเหล่านั้น มันเป็นเครื่องวัดความจนของประเทศ และภาพชีวิตของคนในชาติอยู่
|